Scubajam Member
User Name
Password
Auto Login
:: Register
:: Forgot Password
Home About Us Courses Trips Dive Site Marine Life Gallery Equipment Webboard Diving Tips Freeload Newsletter Contact Us Secondhand Useful Links
Webboard
Member มาร่วมเล่าเรื่องราว ถ่ายทอดประสบการณ์ประทับใจเกี่ยวกับการดำน้ำ หรือมีปัญหาข้องใจเกี่ยวกับการดำน้ำและท่องเที่ยวทางทะเล มาพูดคุยกันได้ที่นี่เลยค่ะ


หัวข้อ:
คนเลี้ยงปลาทะเลมักชอบโดนนักอนุรักษ์ว่าเป็นตัวทำลาย  
   
  ข้อความ:

แต่ลองอ่านดูก่อน เปลี่ยนๆความคิดก่อน ผมตั้งกระทู้นี้ขึ้นเพื่ออยากให้ นักอนุรักษ์เข้าใจคนเลี้ยงปลาทะเลหน่อย

*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*

“ชั้นผิดหวังในตัวคุณมากเลยนะ ไหนคุณบอกว่าคุณเป็นนักอนุรักษ์ ไหนคุณบอกว่าคุณมีอุดมการณ์ แล้วทำไมคุณถึงเลี้ยงปลาทะเล?” วรรณฟักษ์ ทิ้งตัวลงนั่งพับเพียบกับพื้น ก้มหน้าลงสะอึกสะอื้น ผิดหวังในตัวของคนที่เธอเคยชื่นชม เธอรู้จักกับเค้ามาหลายปีแล้ว หนุ่มคนนั้นที่เธอหลงไหล เค้า(เคย)เป็นคนที่มีอุดมการณ์ เค้าเขียนบทความให้ความรู้มากมาย แสดงตัวว่าเป็นนักอนุรักษ์ธรรมชาติ เค้าร่วมกับกรมประมงจัดนิทรรศการให้ความรู้แก่ประชาชน เค้าให้ความร่วมมือกับกรมประมงในงานวิชาการต่างๆ รูปที่เค้าถ่ายเค้าให้โรงเรียนและมหาวิทยาลัยไปประกอบแบบเรียนฟรีๆ เค้าดำน้ำและเค้ารักปลา แล้วทำไม ทำไมจู่ๆเค้าถึงเลี้ยงปลาทะเล

“ที่รัก เจ้าจงดูก่อน เจ้าหวังจะให้พี่เป็นคนเช่นไรเล่า?” เค้านั่งลงไปกับพื้น เชยคางของเธอขึ้นมา จ้องเข้าไปในดวงตา หมวยชั้นเดียวของเธอ “เจ้าจะให้พี่ทำเช่นไร วรรณฟักษ์ เจ้าจะให้พี่ด่ากราด กล่าวหาทุกคนที่เลี้ยงปลาทะเลว่าเป็นคนเลว ขโมยสมบัติของชาติโดยไม่ศึกษาเลยหรือ? ทุกวันนี้คนเลี้ยงปลาทะเลถูกด่าอยู่ด้านเดียว จากนักอนุรักษ์ จากนักดำน้ำ พวกที่เลี้ยงปลาทะเลก็ออกมาตอบโต้ในมุมของเขา แต่ก็ไม่มีคนฟังเพราะกลุ่มนี้ไม่มีสื่ออยู่ในมือ เหมือนถูกมัดมือมัดเท้าข่มชื่นจากนักอนุรักษ์ทั้งเมือง พี่ซึ่งอยู่ในฐานะที่อยู่ตรงจุดสีเทาๆจึงอยากจะลองศึกษาดูบ้าง อยากจะลองเข้าใจพวกเค้าบ้าง”

“น้องรู้ไหม ว่าอะไรคือจุดอ่อนที่สุดของนักอนุรักษ์?” เธอส่ายหน้า “คนพวกนี้มักจะคิดว่ามีแต่พวกเค้าเท่านั้นที่รักทะเล พวกเค้ารักปลาทะเลอยู่คนเดียว หรือกลุ่มเดียว การฟังความจากหลายๆด้าน การศึกษาจากหลายๆฝ่าย หาจุดที่ทุกคนยอมรับได้ ต่างหากถึงจะเป็นวิธีอนุรักษ์ที่ถูกต้อง เจ้าไม่ได้ฉลาดอยู่คนเดียว ถึงแม้จะมีดีกรีเป็น ดร. เจ้าไม่ได้รักทะเลอยู่คนเดียว และเจ้าก็ไม่ได้ถูกอยู่คนเดียว” เค้าพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“จริงอยู่ ที่พี่ไม่เห็นด้วยกับการเลี้ยงสัตว์ที่ไม่สามารถขยายพันธุ์ได้ในที่เลี้ยงได้ แต่น้องรักของพี่ มีสัตว์ชนิดใดบ้างเล่าที่ไม่เคยมีชีวิตในป่ามาก่อน ไม่ได้เกิดจากธรรมชาติ? ไม่ว่าจะเป็นควาย เป็นหมา เป็นฟักหรือ ปลาการ์ตูน ล้วนแล้วแต่เคยอาศัยอยู่ในธรรมชาติ ต่อเมื่อเรานำมาเลี้ยงมาศึกษานั่นแหล่ะ เราถึงสามารถขยายพันธุ์ในที่เลี้ยงได้ นำมาพัฒนา นำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆได้ ถ้าไม่เริ่มแล้วเจ้าจะมีวันเพาะได้หรือ?”

“พี่เข้าใจว่าปลาทะเลนั่นเลี้ยงยากมากๆ คนที่จะเลี้ยงต้องศึกษาหลายๆอย่าง ทั้งระบบการย่อยสลายของเสีย สารพิษ การกรอง การฆ่าเชื้อโรค และการให้อาหาร เจ้าเคยได้ยินชื่อโปรตีนสกิมเมอร์หรือเปล่า? เจ้ารู้จักระบบกรองแบบทริคเกอร์หรือเปล่า? เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันเอาไว้ทำอะไร ทำงานอย่างไร? นักเลี้ยงปลาทะเลที่ดีนั้น แทบจะต้องเป็นนักวิทยาศาสตร์สมัครเล่นเลยนะ เค้าต้องวัดค่าต่างๆในน้ำหลายๆค่า ต้องควบคุมความเค็มในตู้ให้ได้ระดับ ต้องให้อาหารหลายอย่างกับปลาต่างสายพันธุ์กัน ไหนจะความเข้มของแสง ความแรงของกระแสน้ำ ไหนจะคุณสมบัติของวัสดุกรองต่างๆ ไหนจะระบบการย่อยสลายไนโตรเจน และอื่นๆอีกมากมาย การจะเลี้ยงปลาทะเลให้รอดเป็นเรื่องยากแต่ถ้าเจ้าได้ศึกษาให้รู้อย่างถ่องแท้แล้ว เจ้าจะพบว่าเราได้พัฒนาการมาไกลมากแล้ว ทุกวันนี้ความรู้และอุปกรณ์ต่างๆอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมแล้ว ถ้าเจ้ามีใจถ้าเจ้าศึกษา ถ้าเจ้ารู้จักตั้งระบบให้ดี การเลี้ยงปลาทะเลก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร ถ้าเจ้าได้เรียนรู้แล้วเจ้าจะต้องทึ่งกับศาสตร์และศิลป์แขนงนี้เหมือนกับพี่” เค้าพูดต่อ

“แต่พี่ ยังไงพี่ก็ต้องไป.....ฮึ๊ก.....จับปลามาจากธรรมชาติไม่ใช่เหรอ? มันก็เป็นการทำ.....ฮึ๊ก....ลายธรรมชาตินะค่ะ” เธอหยุดร้องไห้แล้วแต่ก็ยังสะอึกสะอื้นอยู่

“เจ้าต้องไม่ลืม ว่าทรัพยากรปลาสวยงามนั้นก็เหมือนกับทรัพยากรสัตว์น้ำอื่นๆซึ่งสามารถเพิ่มจำนวนได้เ
องตามธรรมชาติ ถ้าแหล่งอาศัยที่สมบูรณ์ยังอยู่ ถ้ามีการควบคุมการจับอย่างเหมาะสม ปลาพวกนี้ก็ยังอยู่ แทนที่จะห้ามจับ ประกาศเป็นสัตว์คุ้มครองแบบเหวี่ยงแหจนชาวประมงเดือดร้อนไปด้วย น่าจะหามาตรการที่ฉลาดกว่านี้เช่นการออกใบอนุญาตให้จับได้เป็นรายบุคคล การกำหนดโค้วต้าในการจับ การกำหนดพื้นที่หวงห้าม การกำหนดฤดูการที่แน่นอน ชาวประมงบางคนหากินอยู่กับปลาพวกนี้ ถ้าจู่ๆเราไปประกาศให้อาชีพที่เค้าเคยทำมาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่ากลายเป็นเรื่องผิดกฏ
หมาย แล้วจะให้คนเหล่านี้ไปทำอะไรกิน? ดูอย่างในรัฐฮาวายของประเทศอเมริกา ก็มีการจับปลาสวยงามจากธรรมชาติมาขาย แต่เค้าก็มีการกำหนดแหล่งจับอย่างชัดเจนและมีกฎหมายควบคุมที่ได้ผล นักวิชาการณ์เก่งๆของเรามีตั้งหลายคน งบประมาณก็ใช่ว่าจะใช้เยอะอะไร ลองส่งไปดูงานไม่ดีกว่าที่จะมาออกกฎหมายเหวี่ยงแหแปะปะเช่นนี้หรือ? จริงอยู่ที่การจับปลาทะเลสวยงามเป็นการใช้ทรัพยากรธรรมชาติโดยตรง แต่ปลาที่จับมาเลี้ยงนี่พี่ว่าจำนวนน้อยมากนะจ๊ะเมื่อเทียบกับปลาที่ติดไปกับการประม
งประเภทอื่นๆทั้งอวนลุน อวนลากอวนทับตลิ่ง ล้วนแล้วแต่มีส่วนในการทำลายทรัพยากรทั้งนั้น ประเทศเรามีรายได้จากการประมงปลาทะเลเกือบปีละแสนล้านบาท ถามว่าเป็นปลากี่ตัน ในปี พ.ศ. 2504 เรืออวนลากมีสถิติจับสัตว์น้ำได้เฉลี่ย 298 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ปี พ.ศ. 2542 มีแนวโน้มเหลือไม่เกินชั่วโมงละโลฝ่า! ปลาทะเลสัตว์ทะเลหายไปไหนหมด อะไรกันแน่ที่เป็นจุดทำลายสัตว์ทะเลที่แท้จริง? ในการทำประมงขนาดใหญ่ ในนั้นจะมีปลาสวยงามติดไปกี่ตัว รายงานปลาจิ้มฟันจรเข้ปีศาจติดอวนลากก็มี ในขณะที่ปีนี้พี่เห็นในร้านขายไม่กี่ตัว? แทนที่จะมาโวยวายเอากับคนเลี้ยงปลาซึ่งจริงๆแล้วควรจะเอาไปเป็นพวกด้วยซ้ำ ไปจัดการกับการทำประมงให้เหมาะสมไม่ดีกว่าหรือ?”

“ในส่วนของร้านขายปลาทะเลเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ต้องเรียกว่าอยู่ในโซนสีเทาๆอยู่เหมื
อนกัน ก็น่าจะออกกฏหมายให้มีใบอนุญาตในการขายเหมือนกับร้านเหล้า จริงๆแล้วน่าจะจับไปสอบความรู้เลยด้วยซ้ำ จะได้สามารถแนะนำคนซื้อได้”

“ทุกวันนี้ต่างประเทศเข้าไปไกลกว่าเรามากแล้ว ในขณะที่นักวิชาการไทยยังเอะอะโวยวายว่าการทำฟาร์มปลาทะเลสวยงามไม่คุ้มค่าการลงทุน แต่ในต่างประเทศกลับมีฟาร์มเพาะพันธุ์สัตว์เหล่านี้เพื่อการค้ามากมาย แล้วเค้าทำกันได้อย่างไร? ถ้าเราไม่เริ่มศึกษาตั้งแต่วันนี้ เราจะต้องตามก้นฝรั่งไปอีกกี่ชาติกันเล่า? ทำไมเค้าถึงทำได้ แล้วทำไมเราถึงทำไม่ได้ทั้งๆที่สิ่งแวดล้อมทุกๆอย่างของเราเหมาะสมกว่า? ถ้าเรามัวแต่มาออกกฎหมายห้ามเลี้ยงกันแบบนี้ มันก็เหมือนเป็นการตัดตอนการศึกษา หรือถึงรู้ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมีกฎหมายครอบหัวอยู่ ดูอย่างปลาการ์ตูนที่มีกลุ่มอนุรักษ์เสนอให้เป็นสัตว์คุ้มครองสิจ๊ะ ต่างประเทศเพาะขายกันเป็นเรื่องเป็นราว คัดพันธุ์กันจนมีออกมาหลายๆแบบแล้วด้วยซ้ำไป กรมประมงที่กระบี่ของเราก็เพาะได้จำนวนมหาศาล ถ้าไปประกาศเป็นสัตว์คุ้มครองซ่ะ แล้วเราจะทำอะไรได้ หล่ะจ๊ะ? โอกาสที่จะพัฒนาเทคโนโลยี่ที่ได้รับการศึกษาแล้วเพื่อมาทำเป็นอุตสาหกรรม เป็นรายได้เข้าหมู่บ้านหรือประเทศจะมีเหรอ? นี่ยังไม่นับรวมปลาทะเลอีกหลายชนิดเลยนะจ๊ะที่ต่างประเทศเค้าเพาะกันเป็นอุตสาหกรรมแ
ล้ว แต่ประเทศไทยยังงมโข่งอยู่”
“แต่พี่ขา ...พรืดดดดดด...... เรื่องพวกนี้เราก็มีกรมประมงศึกษาอยู่แล้วนิค่ะ เราเป็นเอกชนคนธรรมดา ไม่มีหน้าที่สักหน่อย?” เธอสั่งขี้มูกก่อนถามต่อ

“น้องรัก อะไรที่เอกชนช่วยกันได้ก็ช่วยกันไปเถิด จะงอมืองอเท้ารอความเชื่อเหลือจากรัฐอย่างเดียว เป็นไปไม่ได้หรอก กรมประมงก็มีข้อจำกัดของเข้า ทั้งทางด้านบุคคลากรและงบประมาณ ดูเพื่อนพี่เอาเถิด จะของบซื้อกล้องดิจิตอลสักตัว ต้องตั้งงบล่วงหน้า ๒ ปี กว่างบจะออก กล้องรุ่นนั้นก็ตกรุ่นไม่มีขายไปแล้ว จะไปซื้ออีกรุ่นก็ทำไม่ได้ เพราะไม่ตรงกับในรายงานที่ทำเรื่องขอไว้ ในที่สุดเลยต้องทำเรื่องใหม่ กะเผื่อไว้ว่ารอ แคนนอน Powershot G7 ออกอีกสองปีข้างหน้า ก็จะได้ซื้อพอดี ส่วนเรื่องบุคคลากรนั่นเล่า นิสิตจบประมงมาตอนนี้เค้าก็ไปขายยากุ้งอาหารกุ้งกันหมดแล้วหล่ะจ๊ะ นักวิชาการเมืองไทยกินแต่แกลบใครเค้าจะอยากไปเป็นกัน? พวกที่อยู่กันนี่ก็ต้องใจรักจริงๆเท่านั้นแหล่ะ หรืออีกพวกก็คือไร้คุณภาพไม่มีที่ไป”

“แล้วพวกปะการังหล่ะค่ะ? ก้นตู้ทั้งหลายเหล่ หรือปลาอีกหลายชนิดที่เพาะในที่เลี้ยงไม่ได้ เลี้ยงก็ยังไม่รอดเลย พวกเค้าก็ยังจะเอามาเลี้ยงกันไม่ใช่เหรอค่ะพี่?”

“ปะการังผิดกฎหมาย อันนี้ใครเลี้ยงก็ผิดกฎหมายแน่หล่ะจ๊ะ กรมประมงเค้าก็ดูแลดีอยู่ แต่จริงๆแล้วก็มีปะการังหลายชนิดแล้วนะที่เพาะขยายพันธุ์ได้ในที่เลี้ยงหน่ะ พี่ว่าถ้ามีคนกล้าพูด กล้าแสดงให้เห็น อีกหน่อยน่าจะมีการถอดชื่อออกได้นะ เหมือนละองละมั่งที่เราเพาะในที่เลี้ยงได้เยอะแยะในที่สุดก็ยังถอดออกจากรายชื่อสัตว
์สงวนเลย แล้วทำไมปะการังเราจะทำไม่ได้ จริงไหมหล่ะ? ข้อสำคัญคือ กฏหมายนี่แหล่ะ ว่าทำอะไรได้แค่ไหน ส่วนพวกปลาเลี้ยงยากๆนั่น ต้องเข้าใจเค้าก่อนนะ ว่าคนเลี้ยงปลาไม่อยากมีใครเห็นปลาตายหรอก ไม่มีใครมีความสุขที่ปลาตาย คนที่จะเริ่มเลี้ยงก็แสดงว่าต้องรักปลาเป็นที่ตั้งหล่ะ ทีนี้บางทีเค้าไม่รู้ไง ว่าตัวไหนรอดไม่รอด ตัวไหนต้องกินอะไร นี่รวมถึงร้านขายด้วยนะจ๊ะ แล้วถามว่าจะให้เค้าไปเรียนไปรู้มาจากไหนหล่ะ? หนังสือปลาทะเลดีๆบ้านเราก็ไม่มี เพราะเรามัวแต่งมโข่งต่อต้านกันอยู่นี่แหล่ะ คนเก่งๆเค้าก็ไม่กล้าออกมา อะไรก็ตามถ้ามีความรักเป็นที่ตั้งแล้ว ทำให้ดีได้ไม่ยากหรอกจ๊ะ จริงๆแล้วพี่ก็เห็นด้วยนะจ๊ะ อย่างปลาผีเสือ, ปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจ, ปลาไหลริบบิ้นหรือทากทะเลเนี๊ย พวกนี่เลี้ยงยังไงก็ไม่รอด ไม่ควรเอามาเลี้ยง เห็นร้านไหนขายพี่ยังอยากจะเขกหัว แต่อย่างปลาการ์ตูนหรือพวกปลาสินสมุทรเนี๊ยเพาะในที่เลี้ยงกันได้เยอะแล้ว ปลาการ์ตูนทั้งสกุล Amphiprioืn และ Premnas ก็เพาะกันได้แล้ว ปลาสินสมุทร (Angels) ตั้งหลายชนิดก็เพาะในที่เลี้ยงได้แล้ว ถ้าไปประกาศเป็นสัตว์คุ้มครองซ่ะเราก็จะไม่มีวันได้พัฒนาเทคโนโลยีในส่วนนี้เลยนะ ดูอย่างปลาตะพัดสิ ดันไปประกาศเป็นสัตว์คุ้มครอง ตอนนี้ศูนย์ประมงที่สุราษธานีเพาะได้เยอะแยะแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากเพราะจะขายก็ผิดกฏห
มาย จะถ่ายทอดความรู้ให้เอกชน เอกชนก็ติดต้องขอใบอนุญาตยุ่งยากไปหมด ในที่สุดเราก็เลยอาศัยลักลอบเลี้ยงเอาแทน หรือไม่ก็ต้องไปนำเข้ามาอย่างถูกกฏหมายจากต่างประเทศ การลงทุนเพาะอโรวาน่าก็คล้ายๆกับปลาทะเลนั่นแหล่ะ เป็นปลาเพาะยากราคาสูง ต้องลงทุนสูง ดังนั้นถ้าทำแล้วกฏหมายมาขัดก็ไม่มีใครอยากทำ ลองนึกดูเล่นๆ ถ้ามีใครสักคนไปขออนุญาตทำฟาร์มเพาะพันธุ์ปลาการ์ตูน ต้องมีที่ชายทะเล ต้องลงทุนเรือนเพาะปลา เรือนเพาะอาหารปลา ต้องจ้างนักวิชาการ ต้นสูงจึงต้องเพาะให้ได้จำนวนแต่เสร็จแล้วก็ขายได้แต่ตลาดภายในประเทศไม่กี่ตัว เพราะคนจะเลี้ยงการ์ตูนได้ต้องมีใบอนุญาต แถมประเทศไทยมีกฏหมายห้ามส่งออกปลาทะเลสวยงามอยู่อีก แล้วเมื่อไหร่มันจะเกิดหล่ะจ๊ะฟาร์มที่ว่าหน่ะ ถ้าไม่มีฟาร์มแต่ยังมีคนอยากเลี้ยงแต่ผิดกฏหมาย ก็เกิดเป็นระบบใต้ดินอยู่ดี ยังไงก็ต้องหาทางเอามาขายกันจนได้อยู่แล้ว หลบๆซ่อนๆสิจะยิ่งแย่ ยิ่งควบคุมไม่ได้ รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายจะทำให้ทุกอย่างขึ้นมาอยู่บนดินไม่ใช่เหรอจ๊ะ? จะประกาศก็น่าจะมีการศึกษามากกว่านี้สักหน่อยก่อน เพราะกฏหมายมันออกมาแล้วแก้ยาก และมีผลกระทบต่อคนทั้งชาติในอนาคต มิใช่ผลักดันให้ผ่านได้แล้วตัวเองดังแต่คนอื่นเดือดร้อน”

“นอกจากนั้นนะประเทศไทยเรายังขาดแหล่งให้ความรู้ ให้การศึกษาอีกเยอะนะจ๊ะ ปีนี้น่ายินดีที่มีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำและสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเปิดขึ้นหลายแห่ง เปิดโอกาสให้คนทุกระดับได้ประทับใจกับโลกใต้น้ำได้บ้าง แต่ก็นะจริงๆแล้วสถานที่พวกนี้น่าจะเป็นได้มากกว่าสร้างความประทับใจ น่าจะมีการให้ความรู้กับนักท่องเที่ยวมากกว่านี่นะจ๊ะ ทั้งของเอกชนทั้งของราชการตอนนี้ป้ายให้ความรู้ยังน้อยไปหน่อย ถ้าจะให้ดีมีคนคอยบรรยายให้ฟังเลยยิ่งดี เพราะบางทีคนไทยก็ไม่ค่อยชอบอ่านหรอก สักแต่จะดูปลาสวยๆเยอะๆ ความบันเทิงย่อยง่ายไงจ๊ะ ดูอย่างงานประมงน้อมเกล้าที่ผ่านมาสิจ๊ะ หน่วยงานราชการเอาผลงานทางวิชาการมาจัดแสดงตั้งเยอะแยะ บอร์ดมากมาย แต่ก็ยังมีคนมีหน้ามาแปะกระทู้บอกว่าไม่เห็นมีอะไรเลย คนพวกนี้หวังอะไรน้องว่า? ปลาไหลไฟฟ้ายักษ์แบบสองปีที่แล้ว หรือปลาช่อนงูเห่ายักษ์ แบบเมื่อปีที่แล้ว? ความบันเทิงย่อยง่ายเหมือนเวลาจอดดูรถชนกันอย่างนั้นเหรอจ๊ะ? บางครั้งความเอาใจใส่อยากเรียนรู้ก็ต้องปลูกฝังกันตั้งแต่ยังเด็กและสถานที่แบบสถานแ
สดงพันธุ์ปลานี่แหล่ะที่จะเป็นจุดเชื่อมระหว่างความฝันของเด็กๆกับโลกแห่งความจริง นีโม่กับ Amphiprion ocellalis หัวเมืองใหญ่ๆในต่างประเทศเค้าก็มีกันทั้งนั้นแหล่ะจ๊ะ แต่ก็นะมีห่วยๆไม่มีซ่ะดีกว่า ไม่งั้นน้องจ๊า ก็มีแต่พวกคนรวยๆ มีเวลาว่างมากพอที่จะแห่ตามกระแสดำน้ำเท่านั้นแหล่ะนะที่จะได้ดูปลาทะเลเป็นๆ คนพวกนี้หลายคนก็ดีน่ะจ๊ะช่วยกันสอดส่องดูแลโลกใต้น้ำของเรา แต่พวกที่แห่ตามกระแสดำน้ำลงไปเหยียบปะการังหัก ไปเกาะครีบปลาฉลามวาฬ ไปทำลายเครื่องมือประมงของชาวบ้านก็มีเยอะแยะ ก็เหมือนสังคมทั่วๆไป มีทั้งคนดีและคนเลว เหมือนสังคมคนเลี้ยงปลาทะเลก็ไม่ได้หางแดงไปซ่ะทุกคนเหมือนที่โดนกล่าวหาหรอกจ๊ะน้อง
จ๊า อย่าโกรธพี่เลยนะ แล้วสักวันน้องก็จะเข้าใจว่าพี่กำลังทำอะไรอยู่”

“จ๊ะพี่ น้องเชื่อมั่นในตัวพี่เสมอจ๊ะ” วรรณฟักษ์พยักหน้า เช็คน้ำตาด้วยแขนเสื้อ แล้วโผเข้าซบกับอกที่แสนจะอบอุ่นของเค้า

  ลงชื่อ: เจ้าพ่อ
  วันที่: 31 มี.ค. 50, 18:13 น.
     e-mail : tuitui47@hotmail.com
IP : 222.123.78.212

Diver No. 1


 
 
  ข้อความ: =_=!

เห็นด้วยเฉพาะส่วนเรื่องการให้ความรู้กับคนที่ไม่มีโอกาศไปสำผัสโลกใต้น้ำครับ นอกนั้น..ขอบอกจากใจจริงว่า เป็นเพียงแค่การเขียนเฉพาะส่วนดีให้ตัวเองเท่านั้น

สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย....ผมว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เราจับปลาที่ควรจะอยู่ในทะเลมาใส่ในตู้สี่เหลี่ยมแคบๆมากกว่า

ส่วนเรื่องความรักในปลาที่เลี้ยง อันนี้อาจจะเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลที่ไม่เหมือนกัน แต่ถ้าถามความคิดเห็นของผม....คนเลี้ยงปลาส่วนใหญ่ "รัก" ที่จะโชว์ให้คนอื่นเห็นมากกว่าว่าคุณกำลังเลี้ยงปลาอะไร เพราะน่าจะเกิน 90% วางตู้ปลาไว้ที่ไหน?? ผมว่าห้องรับแขกนะ ไม่เคยเห็นเอาตู้ปลาไว้ในห้องนอนซักคน



 
  ลงชื่อ: เอ็กซ์  
  วันที่: 31 มี.ค. 50, 19:35 น.  
    e-mail : pitixxx@hotmail.com  
    IP : 203.170.159.181  

Diver No. 2


 
 
  ข้อความ:  
  ลงชื่อ: เจ้าพ่อ  
  วันที่: 31 มี.ค. 50, 21:37 น.  
    e-mail : tuitui47@hotmail.com  
    IP : 58.147.85.162  

Diver No. 3


 
 
  ข้อความ:

เห็นด้วยกับคุณเอ็กซ์ครับ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เกิดจากกิเลส และความไม่รู้จักพอของคนเรานั่นแหละ การเพาะพันธ์ปลาทะเล ร้อยทั้งร้อย ทำเพื่อการค้าทั้งนั้น ปลาสำหรับเลี้ยงในตู้นั้น ปกติก็มีหลายสายพันธุ์ แต่ก็ยังไม่พอ ดั้นด้นไปจับปลาในทะเลมาเลี้ยงอีก แล้วก็หาเหตุผลต่างๆนาๆมากล่าวอ้าง คำตอบง่ายๆก็คือ ปลาสวยงามที่มาจากทะเล กำไรดีกว่าปลาสวยงามที่เป็นปลาน้ำจืดนั่นเอง...

ปล.ถึงผู้ที่อ่านกระทู้นี้ทุกๆท่านครับ คำตอบอยู่ที่ใจคุณเองนะครับ

Envcorp

 
  ลงชื่อ: T-AKE  
  วันที่: 1 เม.ย. 50, 23:03 น.  
    e-mail : tongakeimage@yahoo.com  
    IP : 58.8.49.160  

Diver No. 4


 
 
  ข้อความ:

... เขียนมาซะยืดยาว ไม่ตรงประเด็นเลยครับ ...

... ประเด็นมันอยู่ที่ ปลาทะเล ก็ควรได้อยู่ในทะเล เท่านั้นแหละครับ ...

... ต่อให้ตู้ปลาใหญ่ๆอย่างอะความเรียมระดับโลก ...

... ผมว่าปลามันก็ไม่ได้มีความสุขเท่าในทะเลหรอกครับ ...

... ไม่งั้นให้คุณไปนั่งเขียนนิยาย ใน Biosphere ขนาดมหึมา ซึ่งมีทุกอย่างพร้อม ...

... แต่อยู่บนดาวอังคาร ...

... ถามหน่อย ว่าคุณจะเลือกอยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยมลพิษและความวุ่นวายใบนี้ ...
... หรือ ไปอยู่อย่างสงบ บนดาวอังคารดวงนั้น ? ...

 
  ลงชื่อ: pixel  
  วันที่: 2 เม.ย. 50, 12:40 น.  
    e-mail : hipixel@hotmail.com  
    IP : 124.120.245.116  

Diver No. 5


 
 
  ข้อความ:

มาอ่านตามที่เจ๊ ไปตามมานะครับ ผมเคยโดนถามในประเด็นนี้มาแล้ว เมื่อนานมาแล้ว ว่าเป็นนักดำน้ำทำไมถึงเลี้ยงปลาทะเล ในตู้ที่บ้านมี แมนดารินด้วยเหรอ มีกี่ตัว กี่สี มี กุ้งตัวตลกอีกด้วยเหรอ มีอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะในตู้ที่บ้านที่บางครั้งไปดำน้ำแต่ละทีหายากจะตาย  คำตอบผมโดยส่วนตัวนะครับ ไม่เกี่ยวกับเรื่องข้างบน

ผมมีมุมมองอย่างนี้ครับ นักอนุรักษ์มีหน้าที่ ในการศึกษาบอก เตือน ความอันตรายและผลกระทบต่างๆที่เกิดขึ้นกับธรรมชาติ ระบุสาเหตุ แนวทางแก้ไข ป้องกัน ซึ่งเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามนุษย์นั่นแหละที่สร้างผลกระทบได้มากที่สุดกับธรรมชาติ ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนั้นก็จะมีการเฉพาะเจาะจงลงไปอีกว่ากลุ่มคนใดควรจะรับผิดชอบ ซึ่งนักเลี้ยงปลาตู้ดูจะเป็นเป้าหมายที่ระบุความผิดได้ง่ายที่สุด เพราะเป็นกลุ่มที่มีหลักฐานการใช้ทรัพยากรอย่างชัดเจน(เอามาเลี้ยงก็ต้องเห็นอะ)

นักดำน้ำผู้พิสมัยในการชื่นชมธรรมชาติใต้ท้องทะเล ก็ต้องการความสวยงามในท้องทะเลให้มากที่สุด ชื่นชมการค้นพบสัตว์ที่สวยงามตามธรรมชาติแล้วก็คิดว่าหากมีปลาหรือสัตว์ทะเลมากกว่านี้คงสวยงามอีกมิใช่น้อย แล้วก้มาระบุอีกเช่นกันว่าใครทำให้จำนวนสัตว์ทะเลลดน้อยลงไป ชาวประมง?(จับปลาให้คนกิน?)ไม่เป็นอะไรเรื่องปกติ คนเลี้ยงปลาตู้?(เอาไปใช้คนเดียว?) สัตว์ผู้ล่า?กินปลาเล็กปลาสวยงามทุกวันไม่รู้ด้วยว่าตัวไหนสวยตัวไหนน่ารัก

นักเลี้ยงปลาตู้ มีเยอะครับหลากหลายประเภท พวกเห็นสวยดีสีแปลกตาไม่เคยดำน้ำ แต่มีเงินพอจะซื้อตู้ซื้อปลา หลงคารมคนขายเลี้ยงง่าย ซื้อทันทีไม่เกินเจ็ดวันอย่างเก่งเดือน ตายหมดตู้ เลิกเลี้ยงมีวนเวียนอยู่เสมอตามกระแส ปลายอดนิยม การตูนส้ม เหลือง ถูกดีสวยด้วย(30บาท) แต่อีกกลุ่มที่ส่วนใหญ่มีการศึกษาอย่างดีค้นคว้าการเลี้ยงการเตรียมความพร้อมอุปกรณ์สถานที่ จัดสภาพแวดล้อมตามความต้องการของสิ่งที่จะเลี้ยง พวกนี้แหละครับที่จะเข้ามาตอบคำถามที่มีอยู่ตลอดของทั้งนักอนุรักษ์ และผู้ที่มีความคิดเห็นในมุมมองที่แตกต่างกัน และส่วนใหญ่ก็จะเป็นประเด็นเดิมที่มีผู้สงสัยใหม่ คอยชี้แจงอยู่เสมอ เพื่อปรับทรรศนะคติให้เข้าใจว่า ในกลุ่มผู้เลี้ยงปลาตู้นั้นมีคนที่พยายามศึกษาเข้าใจ เลี้ยงดูและขยายพันธุ์ในที่เลี้ยงให้ได้ ซึ่งผมก็ไม่ได้เห็นว่าจะแตกต่างจากการอนุรักษ์ที่ตรงไหน บางท่านยังทำได้ดีซะกว่าหลายๆหน่วยงานด้วยซ้ำไป

ผมอยากให้มองในมุมกลับกันว่าสัตว์บางชนิดนั้นไม่สามารถดำรงค์อยู่ได้ในธรรมชาติแต่ยังสามารถคงอยู่ได้ในที่เลี้ยงนั่นไม่ใช่เพราะมีคนสนใจที่จะศึกษาเลี้ยงดู เพาะและขยายพันธ์ก่อนที่จะสูญหายไปกับธรรมชาติเหรอครับ

ปล.ผมอาจไม่ได้ตอบคำถามในใจใคร แต่อยากให้มองหลายมุม สวนหัวโขนหลายๆใบ แล้วจะเห็นว่าในทุกส่วนมีทั้งด้านดีและด้านไม่ดีอยู่ปนกันเพียงเราเลือกที่จะยอมรับและยืนอยู่ในส่วนไหนเท่านั้นเอง ใครอยากถกประเด็นนี้(ในแง่มุมอื่นๆ)เชิญนะครับผมไม่อยากให้มองว่าใครถูกผิดเท่านั้นเอง

 
  ลงชื่อ: กวนจัง  
  วันที่: 2 เม.ย. 50, 13:56 น.  
    e-mail : guanjang@hotmail.com  
    IP : 58.9.1.181  

Diver No. 6


 
 
  ข้อความ: ในฐานะเป็นคนที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม เรื่องแบบนี้จะว่าไปก็ตีความได้หลายด้าน หลายมุมมอง ผมไม่อยากบอกว่าใครผิดหรือถูก เพราะต่างฝ่ายก็จะเป็นผู้ถูกเสมอ  การอนุรักษ์ ต้องทำคู่กับการพัฒนา อย่าให้เสื่อมโทรม และต้องรับผิดชอบในการกระทำ ผมว่าทุกฝ่ายควรร่วมมือกัน รักษาแหล่งกำเนิดของทรัพยากรธรรมชาติทั้งใต้น้ำและบนผืนแผ่นดิน ให้คงอยู่คู่กับชีวิตเราตลอดไปนะครับ อย่าไปทำลาย ใช้อย่างพอเพียง ถ้าเป็นได้ดังนั้นเราทุกๆคนก็จะได้เห็น ได้ศึกษา ได้ดูความสวยงามอย่างที่เราอยากดู จนชั่วลูกชั่วหลานนะครับ  
  ลงชื่อ: T-AKE  
  วันที่: 2 เม.ย. 50, 22:51 น.  
    e-mail : tongakeimage@yahoo.com  
    IP : 58.8.45.58  

Diver No. 7


 
 
  ข้อความ:

ว่าให้อย่างเดียวเลย  งุงิงุงิ  ก็แค่เอามาลองให้อ่านเป็นอีกมุมเฉยๆ ผมก็รู้ว่าพวกคณคงไม่เข้าใจพวกผมง่ายๆหรอก เห็นเป็นตัวทำลาย ทุกๆวันนี้พวกผมเหมือนคนที่เดินอยู่ในความมืดจะทำไรต้องแอบทำเพราะด้าน กม. ถ้าเกิดแก้ กม.เปิดกว้างพวกคุณคงไม่คิดว่าพวกผมเป็นตัวทำลายหรอก ตอนนี้ก็มีนักเลี้ยงหลายคนเค้าทำฟาร์มปลาเยอะ  แต่ฟาร์มปะการังก็มีบาง ฟาร์มปะการังส่วนมากเค้าไม่อยากเปิดเผยตัวหรอกเพราะ กฏหมาย เค้าต้องแอบทำ ผมไม่มีไรพูดแหละ

 
  ลงชื่อ: เจ้าพ่อ  
  วันที่: 3 เม.ย. 50, 11:10 น.  
    e-mail : tuitui47@hotmail.com  
    IP : 58.147.82.25  

Diver No. 8


 
 
  ข้อความ:

คนที่เลี้ยงสัตว์ทะเลแล้วรอดชีวิตเนี่ยมีน้อยนะคะ ขนาดปลาการ์ตูนที่ว่าทนๆ ก็ยังเลี้ยงกันไม่ค่อยรอดเลย เค้าถึงได้ออกกฏหมายเพื่อประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่เพื่อคนกลุ่มเล็กๆ ที่บอกว่ามีความรู้ด้านนี้่นะคะ ที่บอกว่าเป็นนักวิทยาศาสตร์น้อยๆ น่ะค่ะ จะเป็นได้ซักกี่คนคะ (มองในแง่คนส่วนใหญ่)

คนที่เสียเงินไปดำน้ำ ดูชีวิตสัตว์น้ำใต้ทะเล หากว่าดำน้ำไปแล้ว เจอแต่ปลาผีเสื้อ เจอแต่ปะการัง (เพราะอย่างอื่นโดนจับไปอนุรักษ์ในตู้ปลาหมด) ก็คงไม่มีใครอยากจะไปดำน้ำกันแล้ว และไม่มีนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาสร้างรายได้ให้กับชาวทะเลอีกต่อไป ในเมื่อทะเลไม่ใช่แหล่งกำเนิดสรรพชีวิตอีกต่อไป จะลงดำน้ำไปดูทำไมกันล่ะคะ(อันนี้มองในมุมคนที่ชอบดำน้ำ)

เมื่อสองสามวันก่อน ไปดำน้ำหากุ้งตัวตลกที่เคยเจอที่ริเชริว กะว่าไปทริปสงกรานต์จะพาพวกเราไปดูกัน ยังหาไม่เจอแล้วเลยค่ะ พี่ Leader เค้าก็อุตส่าห์ทำเงียบๆ แล้ว เสียใจมากที่ไม่ได้เห็น แต่ยังดี ที่ปลากบสีเหลือง ม้าน้ำสีเหลือง และปลาจิ้มฟันจระเข้ปีศาจยังอยู่ สงกรานต์นี้ จะพาเพื่อนๆ ไปดูกันนะคะ

 
  ลงชื่อ: อุ้ม  
  วันที่: 4 เม.ย. 50, 13:47 น.  
    e-mail : umtgzmo@hotmail.com  
    IP : 125.25.205.181